"ผู้สร้าง ChatGPT ถูกปลดฟ้าผ่า...แต่กลับมาเป็น CEO ได้ใน 5 วัน Sam Altman"
...
ผู้ชายคนนี้ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้ง ผ่านวิดีโอคอล ด้วยเวลาแจ้งล่วงหน้าแค่ 5 นาที แต่ 5 วันต่อมา เขากลับมานั่งเก้าอี้ซีอีโอตัวเดิม แบบที่แข็งแกร่งกว่าเดิมอีกค่ะ เขาคือ แซม อัลท์แมน ผู้สร้าง ChatGPT
แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ชีวิตเขาล้มมาก่อนแล้วรอบหนึ่งนะคะ
อายุ 19 เขาลาออกจากสแตนฟอร์ด มาทำสตาร์ทอัพแรกชื่อ Loopt ทุ่มสุดตัวค่ะ หนักขนาดที่ร่างกายขาดวิตามินซี จนเป็นโรคลักปิดลักเปิด โรคที่ปกติเจอในกะลาสีเรือสมัยโบราณนะคะ ระดมทุนไปกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ทำอยู่ 7 ปี สุดท้ายขายกิจการแบบแทบไม่เหลือกำไร เพราะโลกตอนนั้นยังไม่พร้อมสำหรับไอเดียของเขา บทเรียนที่เขาสรุปเองคือ “เราสร้างตลาดที่มันไม่ได้อยากเกิดขึ้นเองไม่ได้” ค่ะ
แต่ความล้มเหลวรอบแรกนี่แหละค่ะ ที่ทำให้เขาถูกชวนไปช่วยปั้นสตาร์ทอัพรุ่นน้อง จนได้ขึ้นเป็นประธาน Y Combinator สถาบันปั้นสตาร์ทอัพเบอร์หนึ่งของโลก แล้วต่อมาก็ร่วมก่อตั้ง OpenAI ค่ะ พอปลายปี 2022 ทีมของเขาปล่อยของทดลองตัวหนึ่งออกมาแบบเงียบ ๆ ชื่อ ChatGPT ผลคือ ผู้ใช้ทะลุ 1 ล้านคนใน 5 วัน 100 ล้านคนใน 2 เดือน เป็นแอปที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ค่ะ
แล้วจุดพลิกก็มาแบบไม่มีใครคาดคิดค่ะ
วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2023 ระหว่างเขานั่งดูการแข่งขันรถ F1 อยู่ที่ลาสเวกัส มีนัดวิดีโอคอลเข้ามา ในสายนั้น บอร์ดบริษัทแจ้งว่าเขาถูกปลดจากตำแหน่งซีอีโอ มีผลทันที แจ้งล่วงหน้าก่อนประกาศต่อโลกแค่ 5–10 นาทีค่ะ ชายที่เพิ่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ตกงานภายในเวลาไม่กี่นาที
ทีนี้ จุดที่อยากให้ฟังดี ๆ คือประโยคแรกที่เขาตอบกลับไปค่ะ เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ขู่ฟ้อง มีรายงานว่าสิ่งที่เขาพูดคือ “How can I help?” — มีอะไรให้ผมช่วยไหม
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น คือคำตอบว่าเขาสะสมอะไรไว้ตลอดหลายปีค่ะ ภายในไม่กี่วัน พนักงานกว่า 700 คน จากทั้งหมดราว ๆ 770 คน ลงชื่อในจดหมายขู่ลาออกยกบริษัท ถ้าบอร์ดไม่พาเขากลับมา เกือบทั้งบริษัทค่ะ พร้อมเดินตามเขาออกไป สุดท้ายบอร์ดต้องยอมถอย เขากลับมาเป็นซีอีโอภายใน 5 วัน และวันนี้บริษัทถูกประเมินมูลค่ากว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ค่ะ
สิ่งที่เขาพูดหลังผ่านเหตุการณ์นี้ก็น่าคิดนะคะ เขาไม่ได้บอกว่าตัวเองคือเหยื่อ แต่บอกว่า “ทั้งหมดนี้คือความล้มเหลวด้านการบริหารของคนที่ล้วนหวังดี รวมถึงตัวผมเองด้วย”
บทเรียนจากเรื่องนี้มีประโยคเดียวค่ะ ตำแหน่งช่วยเราไม่ได้ในวันที่ล้ม แต่ความไว้ใจที่สะสมไว้ในตัวคนรอบข้างช่วยได้ วันที่เขาถูกปลด เขาไม่เหลือตำแหน่งอะไรเลยนะคะ แต่คน 700 คนพร้อมเดินออกไปกับเขา นั่นแหละค่ะ คือทรัพย์สินจริง ๆ ที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต
แล้วเขาก็เคยพูดเรื่องความเสี่ยงไว้ประโยคหนึ่งที่อยากฝากไว้ค่ะ
“การตัดสินใจส่วนใหญ่ในชีวิต ไม่ใช่ประตูทางเดียว ลองแล้วไม่เวิร์ก เราถอยกลับมาได้เสมอ”
เพราะฉะนั้นใครที่กำลังกลัวจะเริ่มต้นใหม่ หรือเพิ่งล้มมาหมาดๆ อยากให้จำเรื่องนี้ไว้นะคะ คนที่สร้างแอปที่โตเร็วที่สุดในโลก ก็เคยทำสตาร์ทอัพเจ๊งมาก่อน และเคยตกงานแบบสายฟ้าแลบมาแล้วเหมือนกันค่ะ ล้มไม่ได้แปลว่าจบ บางที มันแค่แปลว่าบทถัดไปกำลังจะเริ่มค่ะ
#อ๋อชวนคุย #อ๋อชวนคุยธุรกิจ#พัฒนาตัวเอง#ธุรกิจ#เคล็ดลับความสำเร็จ #เปลี่ยนแปลงตัวเอง #Samaltman #chatgpt #AI #loopt#openai
...
ผู้ชายคนนี้ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้ง ผ่านวิดีโอคอล ด้วยเวลาแจ้งล่วงหน้าแค่ 5 นาที แต่ 5 วันต่อมา เขากลับมานั่งเก้าอี้ซีอีโอตัวเดิม แบบที่แข็งแกร่งกว่าเดิมอีกค่ะ เขาคือ แซม อัลท์แมน ผู้สร้าง ChatGPT
แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ชีวิตเขาล้มมาก่อนแล้วรอบหนึ่งนะคะ
อายุ 19 เขาลาออกจากสแตนฟอร์ด มาทำสตาร์ทอัพแรกชื่อ Loopt ทุ่มสุดตัวค่ะ หนักขนาดที่ร่างกายขาดวิตามินซี จนเป็นโรคลักปิดลักเปิด โรคที่ปกติเจอในกะลาสีเรือสมัยโบราณนะคะ ระดมทุนไปกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ทำอยู่ 7 ปี สุดท้ายขายกิจการแบบแทบไม่เหลือกำไร เพราะโลกตอนนั้นยังไม่พร้อมสำหรับไอเดียของเขา บทเรียนที่เขาสรุปเองคือ “เราสร้างตลาดที่มันไม่ได้อยากเกิดขึ้นเองไม่ได้” ค่ะ
แต่ความล้มเหลวรอบแรกนี่แหละค่ะ ที่ทำให้เขาถูกชวนไปช่วยปั้นสตาร์ทอัพรุ่นน้อง จนได้ขึ้นเป็นประธาน Y Combinator สถาบันปั้นสตาร์ทอัพเบอร์หนึ่งของโลก แล้วต่อมาก็ร่วมก่อตั้ง OpenAI ค่ะ พอปลายปี 2022 ทีมของเขาปล่อยของทดลองตัวหนึ่งออกมาแบบเงียบ ๆ ชื่อ ChatGPT ผลคือ ผู้ใช้ทะลุ 1 ล้านคนใน 5 วัน 100 ล้านคนใน 2 เดือน เป็นแอปที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ค่ะ
แล้วจุดพลิกก็มาแบบไม่มีใครคาดคิดค่ะ
วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2023 ระหว่างเขานั่งดูการแข่งขันรถ F1 อยู่ที่ลาสเวกัส มีนัดวิดีโอคอลเข้ามา ในสายนั้น บอร์ดบริษัทแจ้งว่าเขาถูกปลดจากตำแหน่งซีอีโอ มีผลทันที แจ้งล่วงหน้าก่อนประกาศต่อโลกแค่ 5–10 นาทีค่ะ ชายที่เพิ่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ตกงานภายในเวลาไม่กี่นาที
ทีนี้ จุดที่อยากให้ฟังดี ๆ คือประโยคแรกที่เขาตอบกลับไปค่ะ เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ขู่ฟ้อง มีรายงานว่าสิ่งที่เขาพูดคือ “How can I help?” — มีอะไรให้ผมช่วยไหม
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น คือคำตอบว่าเขาสะสมอะไรไว้ตลอดหลายปีค่ะ ภายในไม่กี่วัน พนักงานกว่า 700 คน จากทั้งหมดราว ๆ 770 คน ลงชื่อในจดหมายขู่ลาออกยกบริษัท ถ้าบอร์ดไม่พาเขากลับมา เกือบทั้งบริษัทค่ะ พร้อมเดินตามเขาออกไป สุดท้ายบอร์ดต้องยอมถอย เขากลับมาเป็นซีอีโอภายใน 5 วัน และวันนี้บริษัทถูกประเมินมูลค่ากว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ค่ะ
สิ่งที่เขาพูดหลังผ่านเหตุการณ์นี้ก็น่าคิดนะคะ เขาไม่ได้บอกว่าตัวเองคือเหยื่อ แต่บอกว่า “ทั้งหมดนี้คือความล้มเหลวด้านการบริหารของคนที่ล้วนหวังดี รวมถึงตัวผมเองด้วย”
บทเรียนจากเรื่องนี้มีประโยคเดียวค่ะ ตำแหน่งช่วยเราไม่ได้ในวันที่ล้ม แต่ความไว้ใจที่สะสมไว้ในตัวคนรอบข้างช่วยได้ วันที่เขาถูกปลด เขาไม่เหลือตำแหน่งอะไรเลยนะคะ แต่คน 700 คนพร้อมเดินออกไปกับเขา นั่นแหละค่ะ คือทรัพย์สินจริง ๆ ที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต
แล้วเขาก็เคยพูดเรื่องความเสี่ยงไว้ประโยคหนึ่งที่อยากฝากไว้ค่ะ
“การตัดสินใจส่วนใหญ่ในชีวิต ไม่ใช่ประตูทางเดียว ลองแล้วไม่เวิร์ก เราถอยกลับมาได้เสมอ”
เพราะฉะนั้นใครที่กำลังกลัวจะเริ่มต้นใหม่ หรือเพิ่งล้มมาหมาดๆ อยากให้จำเรื่องนี้ไว้นะคะ คนที่สร้างแอปที่โตเร็วที่สุดในโลก ก็เคยทำสตาร์ทอัพเจ๊งมาก่อน และเคยตกงานแบบสายฟ้าแลบมาแล้วเหมือนกันค่ะ ล้มไม่ได้แปลว่าจบ บางที มันแค่แปลว่าบทถัดไปกำลังจะเริ่มค่ะ
#อ๋อชวนคุย #อ๋อชวนคุยธุรกิจ#พัฒนาตัวเอง#ธุรกิจ#เคล็ดลับความสำเร็จ #เปลี่ยนแปลงตัวเอง #Samaltman #chatgpt #AI #loopt#openai
- Категория
- ChatGPT и AI Чаты
Выполните вход или зарегистрируйтесь для отправки комментария.
Комментариев нет.
